เว็บไซต์นี้เป็นความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กร คือ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า และสมาคมการค้ามันสำปหลังไทย เพื่อให้เป็นศูนย์รวมข้อมูลและแหล่งเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร อันเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง
มันสำปะหลังออนไลน์ >> วันพุธ 23 เมษายน 2557  GMT+7
logo-ttta           

'ไถระเบิดดินดาน'พืชโตเร็ว-ผลผลิตเพิ่ม

พิมพ์

เปิดหน้าดิน 'ไถระเบิดดินดาน' วิธีทำพืชโตเร็ว-ให้ผลผลิตเพิ่ม : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

ต้องยอมรับว่าปัญหาอย่างหนึ่งที่เกษตรกรทั่วประเทศต้องประสบพบเจอในระหว่างการเตรียมพื้นที่ปลูกพืช นั่นก็คือสภาพพื้นที่ที่เป็นดินดาน แข็งกระด้างอันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจริญเติบโตของต้นพืช ซึ่งทางออกของปัญหาดังกล่าว โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้แนะนำด้วยการ “ไถระเบิดดินดาน” เพื่อขจัดปัญหาดินดานออกจากพื้นที่เกษตรของเกษตรกร

พรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรให้คำแนะนำว่า ปัญหาดินดานเป็นชั้นดินที่เกิดการอัดแน่นจากน้ำหนักกดทับ (COMPACTION) ที่ผิวดิน อาทิ จากน้ำหนักของเครื่องจักรกลเกษตร น้ำหนักโคและกระบือ น้ำหนักของน้ำ หรือแรงกระแทกของฝน และอื่นๆ หรือแม้แต่น้ำหนักของเนื้อดินเอง ซึ่งกดทับจนกระทั่งโครงสร้างของดินเปลี่ยนแปลงไป ส่วนใหญ่ชั้นดินดานเกิดขึ้นที่ความลึก 30-50 เซนติเมตร ทำให้ดินมีลักษณะแน่นและแข็งเป็นแผ่น ขาดช่องว่างสำหรับน้ำและอากาศ ส่งผลให้ต้นพืชไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในแหล่งปลูกที่เป็นดินดาน

"เกษตรกรสามารถสังเกตพื้นที่ที่เป็นดินดานได้ง่ายๆ คือ 1.ดินแข็งมากโดยเฉพาะดินใต้รอยไถจะเป็นแผ่นแข็ง 2.น้ำท่วมขัง หลังฝนตกน้ำจะไม่ซึมลงสู่ดินชั้นล่าง 3.ดินแน่นแข็งทำให้รากพืชตื้น ไม่แผ่ขยาย ส่วนพืชหัว เช่น มันสำปะหลัง มีขนาดเล็กให้ผลผลิตต่ำ และ 4.น้ำไหลบ่าชะล้างหน้าดินเสียหาย"

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรระบุอีกว่า หากพบว่าพื้นที่การเกษตรของตนเองเป็นดินดาน เกษตรกรควรไถระเบิดดินดาน โดยนำขาไถที่แข็งแรงกดลงไปในดินด้วยแรงกดของไฮดรอลิกส์จากท้ายรถแทรกเตอร์ แล้วใช้กำลังของรถแทรกเตอร์ที่วิ่งไปข้างหน้า ฉุดลากให้ขาไถเดินหน้าไป พร้อมกับการแหวกชั้นดินดานให้แตกออก เกษตรกรควรไถลึกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตรนับจากผิวดิน ถ้าไถตื้นกว่านี้อาจไม่สามารถทำลายชั้นดินดานได้

สำหรับการเลือกใช้ไถระเบิดดินดานนั้น พรรณพิมลบอกว่าสามารถเลือกขาไถได้ตั้งแต่ 1 ขาขึ้นไป แต่ความห่างระหว่างรอยไถแต่ละรอยต้องไม่เกิน 50 เซนติเมตร เพื่อให้ดินดานแตกร้าวได้ทั่วถึงกัน ซึ่งการเลือกใช้ชุดไถระเบิดดินดานที่มีจำนวนขามากจะทำให้ทำงานได้รวดเร็ว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำมันเชื้อเพลิง หรือค่าจ้างรถไถ แต่มีข้อจำกัด คือ หากจำนวนขาไถมาก ต้องใช้รถแทรกเตอร์ฉุดลากที่มีแรงม้าและแรงบิด (TORQUE) สูงขึ้น เนื่องจากต้องฉุดลากไถหลายขาพร้อมกัน ซึ่งปกติการไถระเบิดดินดานต้องการแรงม้าจากรถแทรกเตอร์ประมาณ 105-130 แรงม้าสำหรับไถ 5 ขา

ทั้งนี้ ไถระเบิดดินดานที่ออกแบบดี จะกินแรงรถแทรกเตอร์น้อยกว่าในกรณีที่ไถลึกและสภาพความแข็งของดินเท่ากัน อย่างไรก็ตาม การไถระเบิดดินดานควรทำในช่วงสภาพดินแห้งและแข็ง จะทำให้ดินดานแตกร้าวได้ดีที่สุด

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรยังย้ำถึงข้อดีของการไถระเบิดดินดานว่า การไถระเบิดดินดานสามารถช่วยลดความแน่นและความแข็งของดินได้ ทั้งยังช่วยปรับโครงสร้างของดิน ทำให้ดินโปร่ง รากพืชหยั่งได้ลึก ชอนไชได้ง่าย หาอาหารและดูดซึมธาตุอาหารในดินได้สะดวก ทำให้ต้นพืชเจริญเติบโตได้ดี ขณะเดียวกันยังช่วยให้น้ำระบายลงสู่ชั้นใต้ดินได้ดี ป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง เป็นการสะสมน้ำเก็บไว้ในดิน รากพืชจะดูดซึมน้ำขึ้นมาใช้ได้เมื่อเกิดฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะทำให้การผลิตพืชทุกชนิดได้ผลผลิตเต็มที่ หรือได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตามสำหรับเกษตรกรหรือผู้สนใจเกี่ยวกับ “การไถระเบิดดินดาน” สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมวิศวกรรมเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร โทร.0-2940-6185 หรือศูนย์ส่งเสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 1 จ.ชัยนาท โทร.0-5647-6596 ศูนย์ส่งเสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 2 จ.พิษณุโลก โทร.0-5531-1155 ศูนย์ส่งเสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 3 จ.ร้อยเอ็ด โทร.0-4356-9115 และศูนย์ส่งเสริมวิศวกรรมเกษตรที่ 4 จ.เพชรบุรี โทร.0-3250-8022

 

- - หนังสือพิมพ์คมชัดลึก  - -

Add comment


Security code Refresh

Templates WordPress
Templates WordPress